The shift to zero-exhaust electric vehicles greatly reduces local air pollution and GHG emissions, particularly if the electricity is generated in climate- and environment-friendly ways.
Thailand’s goal is to have 1 million electric vehicles on its roads by 2025 and 15 times that number by 2035. The rollout will be challenging, given the relatively high prices of e-vehicles and a lack of public charging infrastructure.
As of December 2021, 42,527 chargeable electric vehicles were registered in Thailand—only 0.1% of total registered vehicles. With only 693 charging stations and 2,285 outlets, Thai motorists prefer to use hybrid electric vehicles, which still use fossil fuels complemented by batteries to improve fuel efficiency. Most of these hybrids cannot be charged externally.
ADB is helping Thailand close the deficit in charging facilities. In 2021, ADB provided a green loan of $47.6 million to Energy Absolute—the largest renewable energy company in Thailand—to finance part of the 90 MW Nakornsawan Solar and 260 MW Hanuman Wind power plants.
The project will also expand the country’s Electric Vehicle Charging Network by installing 3,600 new charging stations in major cities.
This is the first climate loan in Thailand to be certified by the Climate Bond Initiative under the international Climate Bond Standards and Certification Scheme. The certification confirms that the loan is aligned with the 2 degrees Celsius global warming limit enshrined in the Paris Agreement.
การเข้าถึงเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ดีขึ้น
การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีไอเสียช่วยลดมลพิษทางอากาศในท้องถิ่นและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไฟฟ้าที่ใช้ถูกผลิตขึ้นในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายของประเทศไทยคือการมีรถยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันบนท้องถนนภายในปี 2568 และเพิ่มขึ้น 15 เท่าของจำนวนดังกล่าวภายในปี 2578 การทำให้ถึงเป้าหมายจะมีความท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ค่อนข้างสูงและการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จ ยานยนต์ไฟฟ้าในที่สาธารณะ
ณ เดือนธันวาคม 2564 มีการลงทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด 42,527 คันในประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 0.1 ของรถยนต์ที่จดทะเบียนทั้งหมด ด้วยสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าเพียงแค่ 693 แห่ง และร้านขายอุปกรณ์ 2,285 แห่งเท่านั้น ผู้ขับขี่รถยนต์ชาวไทยจึงนิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ซึ่งยังคงใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่เสริมด้วยแบตเตอรี่เพื่อปรับปรุงการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดส่วนใหญ่ไม่สามารถชาร์จไฟฟ้าภายนอกได้
เอดีบีได้สนับสนุนประเทศไทยยุติการขาดแคลนสถานนีบริการชาร์จไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 เอดีบีได้จัดสรรเงินกู้สีเขียวจำนวน 47.6 ล้านเหรียญสหรัฐ แก่บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานทดแทนขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อเป็นเงินทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นครสวรรค์ส่วนหนึ่ง ขนาด 90 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมาน ขนาด 260 เมกะวัตต์
โครงการนี้ยังจะช่วยขยายโครงข่ายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศด้วยการติดตั้งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าขึ้นใหม่อีก 3,600 แห่ง ในเมืองใหญ่ๆ
เงินกู้สีเขียวดังกล่าวนับเป็นสินเชื่อว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate loan) แรกของประเทศไทยที่ผ่านการรับรองโดย Climate Bond Initiative ภายใต้กรอบการรับรองและมาตรฐานพันธบัตรเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ (International Climate Bond Standards and Certificate Scheme) ซึ่งการรับรองดังกล่าวได้ยืนยันว่าเงินกู้นี้สอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในศตวรรษนี้ให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งกำหนดอยู่ในความตกลงปารีส